วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ค่ายคำสอน "ตุลาฯ มาร์โก" ปี 2016

วัดนักบุญมาร์โก จัดค่ายคำสอน 
"ตุลาฯ มาร์โก" 
เพื่อให้ความรู้คำสอนสำหรับเด็กและเยาวชน 
ระหว่างวันที่ 17-21 ตุลาคม 2016







































กลุ่มผู้สูงอายุ ร่วมแสวงบุญ 4 วัด 4 สังฆมณฑล

กลุ่มผู้สูงอายุวัดนักบุญมาร์โก 
เข้าร่วมโครงการ "แสวงบุญ 4 วัด 4 สังฆมณฑล" 
ร่วมกับกลุ่มผู้สูงอายุ เขต 2 แห่งอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ 
(วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2016)


1.วัดแม่พระเมืองลูร์ด สระบุรี 
(สังฆมณฑลนครสวรรค์)





2.วัดบุญราศีนิโคลัส เขาใหญ่
(สังฆมณฑลนครราชสีมา)




3.วัดนักบุญยอแซฟ หนองรี
(อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ)




4.วัดพระคริสตประจักษ์ บ้านเล่า
(สังฆมณฑลจันทบุรี)


วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559

"ระหว่างทาง..." โดย ย. ภราดา

เรื่องของการ "ตัดสิน" 


ผมเคยเป็น "กรรมการ" ให้คะแนนใน "การแข่งขันเทควันโด" 
แล้วผมก็เคยเป็นผู้ที่อยู่ในฐานะ "ผู้เข้าแข่งขัน" กับ "ผู้ชมข้างสนาม" 

ผมพบว่าเมื่อผมอยู่ในฐานะ "กรรมการ" 
การที่จะทำการ "ตัดสิน" ให้คะแนนลงไปในแต่ละคะแนนนั้น 
มันช่าง (ตัดสินใจ) "ยากเย็นแสนเข็ญ" เหลือเกิน 

ผิดกันกับตอนที่เป็น "ผู้ชมข้างสนาม" 
การ "ตัดสิน" ลงไปว่าใครจะได้คะแนนหรือไม่นั้น 
มันช่าง "ทำได้ง่ายดายนัก" 

ใช่ครับ! ความแตกต่างอยู่ที่... 
"ความรับผิดชอบ" 

เมื่อต้อง "รับผิดชอบ" กับการตัดสินนั้นๆ 
เราจะ "ระมัดระวังรอบคอบ" กับทุกสิ่งทุกอย่าง 

แต่ถ้าการ "ตัดสิน" นั้นๆ 
เรา "ไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ" (ลอยตัว) 
เราจะ "ตัดสินลงไปได้โดยง่าย" 
เพราะถ้าตัดสินผิดพลาดมันก็ "ไม่มีผลใดๆ กับชีวิต" 
(ทั้งตัวเองและผู้อื่น) 

แต่ใน "ชีวิตจริง" มันไม่ใช่อย่างนั้น 
เพราะ "ทุกการตัดสินของเรา" 
(ไม่ว่าจะแลดูต้องมีความรับผิดชอบหรือไม่ก็ตาม) 
มัน "มีผลต่อตัวเราและผู้อื่นเสมอ" 





+++++++++++++++++++++++++++++++++++

"อย่าตัดสินเขา และท่านจะไม่ถูกพระเจ้าตัดสิน 
ท่านตัดสินเขาอย่างไร พระเจ้าจะทรงตัดสินท่านอย่างนั้น 
ท่านใช้ทะนานใดตวงให้เขา พระเจ้าจะทรงใช้ทะนานนั้นตวงให้ท่าน" 
(มัทธิว 7:1-2) 

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2559

"ระหว่างทาง..." โดย ย. ภราดา

ความท้าทายของงาน "ธรรมทูต" (Missionary) 


- นี่เป็นงานของพระเจ้า ไม่ใช่งานของฉัน 
- ต้องให้ทุกคนยึดติดมั่นคงกับพระเจ้า ไม่ใช่ที่ตัวฉัน 
- ไม่ยึดถือสถานที่ งาน และสิทธิอำนาจต่างๆ เป็นของตน พร้อมที่จะส่งต่อได้ทุกเมื่อ 
- เมื่องานเริ่มอยู่ตัวมั่นคงแล้ว ต้องพร้อมที่จะไปบุกเบิกในที่ใหม่ทันที 
- งานบุกเบิก คือ งานหลัก 
- การต้องอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เป็นเรื่องธรรมดา 
- มาเพื่อเป็นผู้รับใช้ ไม่ใช่เป็นเจ้าคนนายคน 
- ลิ้นต้องอ่อน เพื่อการเรียนรู้ภาษาต่างๆ 
- ใจต้องกว้าง เพื่อความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ที่มีความแตกต่าง 
- การเสี่ยงภยันตราย เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ 
- ไม่ได้ให้ไปตาย แต่ต้องยอมตาย (เพื่อความจริงและด้วยความรัก) 
- ถ้าไม่มีความรักของพระเจ้า ทำไม่ได้อย่างแน่นอน 


วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

"ระหว่างทาง..." โดย ย. ภราดา

โค้ช (Coach) 


ถ้าอยากจะ "ประสบความสำเร็จ" ในอะไรสักอย่าง 
จงหา "โค้ช" ในเรื่องนั้นๆ 

การมีโค้ชเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ 
เพราะโค้ชคือ "ผู้ที่มีประสบการณ์" ในเรื่องนั้นมาก่อน 

โค้ชจะสามารถ "มองภาพรวม" 
ชี้ "จุดอ่อนจุดแข็ง" ของคุณได้ 

"ให้กำลังใจ" คุณ 
"ท้าทาย" คุณ 
"ผลักดัน" คุณ 
และบางทีก็ "กดดัน" คุณ 
เพื่อให้คุณไปให้ถึง "เป้าหมาย" 

"โค้ช" อาจไม่ใช่ "คนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในสายตาของคนทั่วไป" 
แต่ "โค้ช" จะเป็น "คนที่เข้าใจคุณที่สุด" 
และ "โค้ช" จะคอย "อยู่เคียงข้างคุณเสมอ" 

สำหรับ "คริสตชน" 
เรามี "โค้ชที่ดีที่สุด" อยู่กับเรา 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร "โค้ช" 
ผู้นี้ก็สามารถที่จะให้คำปรึกษากับเราได้ทุกเรื่อง 
ไม่เคยจากไปไหน 
สอนทุกเรื่อง 
เป็นแบบอย่างให้ในทุกเรื่อง 
"ยอมตายแทนเรา" ก็ได้ 

เขาผู้นั้นก็คือ "โค้ชเยซู" นั่นเอง 

JESUS is our COACH. 

"ระหว่างทาง..." โดย ย. ภราดา

ดวงอาทิตย์ 


ดวงอาทิตย์แสนเจิดจ้า 
พระโปรดมาประทานให้ 
ไม่เคยวินิจฉัย 
ส่องแสงไปทั่วทุกหน 

คนจนคนมั่งมี 
ทั้งชั่วดีทุกตัวคน 
บางคนยังคนยังสัปดน 
ร้อนก็ว่าไม่มาก็จะตาย 

จงเป็นดั่งดวงอาทิตย์ 
ดำเนินชีวิตให้ผ่องใส 
ส่องแสงให้กว้างไกล 
อย่าหวั่นไหว มั่งคงเอย 

- ย. ภราดา 


ปล. แรงบันดาลใจจาก "มัทธิว 5:45" 

"เพื่อท่านจะได้เป็นบุตรของพระบิดาเจ้าสวรรค์ 
พระองค์โปรดให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์ขึ้นเหนือคนดีและคนชั่ว 
โปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรม" 

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

"ระหว่างทาง..." โดย ย. ภราดา

"น้อย" แต่ "มาก" 


ระหว่างการเข้าเงียบกับคณะชีวิตแพร่ธรรมคณะหนึ่ง 

ในชั่วโมงของการรำพึง... 
ผมได้เดินไปตามชายทะเล เดินไปบนพื้นทราย 
กลางแสงอาทิตย์ที่แผดเผาเจิดจ้า เป็นเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง 
โดยที่ไม่ได้หยุดพักหรือลงไปสัมผัสกับน้ำทะเลเลย 

ความรู้สึกของผมตอนนั้น... 
ผมรู้สึกร้อนมากๆ กระวนกระวายใจเอามากๆ 
และที่สำคัญคือกระหายหาน้ำมากๆ อยากดื่มน้ำ อยากสัมผัสกับน้ำ 

และเมื่อหมดเวลาของชั่วโมงการรำพึง... 
ผมได้นำเท้าของผมจุ่มลงในน้ำทะเล 

ความรู้สึกของผมตอนนั้น... 
รู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้รับการปลดปล่อย 
ความร้อน ความกระหาย ความกระวนกระวายต่างๆ มันหายไปหมด 
เพียงแค่การจุ่มเท้าลงไปในน้ำทะเลเท่านั้น 

ข้อคิดที่ได้จากการรำพึงนี้... 
รู้สึกถึง "การประกาศข่าวดี" ของพระเยซูคริสต์ 
แก่ผู้ที่มีความต้องการกระหายหาการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ 
จากพันธนาการของความทุกข์และการจมอยู่ในความบาปทั้งปวง 
ซึ่งแม้เพียงการกระทำบางสิ่งบางอย่างที่มนุษย์นั้นอาจจะเห็นว่าเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ 
แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นช่างมากมายเหลือเกินสำหรับผู้ที่มีความกระหายหาสิ่งๆ นั้น 

และที่สำคัญ... 
งานนี้เป็นของ "พระเป็นเจ้า" 
เราจึงเป็น "ผู้ร่วมงานของพระเป็นเจ้า" 
เพราะฉะนั้นจงอย่ากลัวอย่ากังวลที่จะเป็น "ธรรมทูตผู้ประกาศข่าวดีของพระเยซูคริสต์" 

จงวาง "มือน้อยๆ ของเรา" 
เอาไว้ใน "พระหัตถ์ทรงฤทธิ์ของพระเจ้า" 
แล้วสิ่ง "อัศจรรย์" มากมายจะบังเกิด 

Amen. 
+